• 19 Views
  • Jul 20, 2026
  • 15 mins read

เคล็ดไม่ลับ! วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงาน ผ้าเรียบเนี้ยบ เงินเหลือเพียบ

การดูแลเสื้อผ้าให้เรียบเนี้ยบกริบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจในการทำงานและการเข้าสังคมในชีวิตประจำวัน แต่ว่าเครื่องมือหลักอย่าง ‘เตารีด’ นั้น เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำงานด้วยระบบทำความร้อนซึ่งกินพลังงานไฟฟ้าสูงมาก โดยทั่วไปเตารีดจะมีกำลังไฟสูงถึง 800 – 2,000 วัตต์ (เฉลี่ยที่ 1,100 วัตต์เมื่อใช้งานความร้อนสูง) และดึงพลังงานคิดเป็นประมาณ 5% ของกระแสไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ภายในบ้านเรือน การรู้วิธีการใช้งานเตารีดอย่างมีประสิทธิภาพจึงช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าในบ้านลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำตามได้จริง

เซฟไทยได้รวบรวมวิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงานที่จะช่วยให้การดูแลรักษาเสื้อผ้าของคุณเป็นไปอย่างคุ้มค่าสูงสุด ได้ผ้าที่เรียบสวยสมบูรณ์แบบพร้อมรักษาความสมดุลในกระเป๋าเงินได้อย่างยอดเยี่ยม

วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงาน

1. เปรียบเทียบประเภทเตารีดและการบำรุงรักษาหน้าสัมผัส

วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงาน เปรียบเทียบประเภทเตารีดและการบำรุงรักษาหน้าสัมผัส

ก่อนที่จะเริ่มรีดผ้า การเลือกประเภทของเตารีดให้เหมาะกับการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเตารีดแต่ละประเภทมีอัตราการกินไฟที่แตกต่างกัน

  • เตารีดแบบแห้ง (Dry Iron)

เตารีดแบบแห้งจะนำความร้อนตรงจากแผ่นหน้าสัมผัสเหล็กหรือเซรามิกสู่เนื้อผ้า มีกำลังไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 วัตต์ ถือเป็นประเภทเตารีดที่ประหยัดพลังงานไฟฟ้าสูงที่สุด

  • เตารีดไอน้ำ (Steam Iron)

เตารีดไอน้ำมีการดึงกำลังไฟเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในการต้มน้ำเพื่อสร้างไอน้ำ มีกำลังไฟเฉลี่ย 1,500-2,000 วัตต์ ทำให้เกิดอัตราการกินไฟมากกว่าเตารีดแบบแห้งอย่างชัดเจน

  • เครื่องรีดถนอมผ้าไอน้ำ (Garment Steamer)

แม้ว่าเตารีดถนอมผ้าไอน้ำแบบยืนจะช่วยทุ่นแรงและรักษาถนอมโครงสร้างผ้าบางชนิดได้ดีเยี่ยม แต่ระบบพ่นไอน้ำต่อเนื่องลักษณะนี้มีการกินพลังงานไฟฟ้าสูงขึ้นถึง 6 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับเตารีดแบบแห้งธรรมดา

นอกเหนือจากประเภทเตารีดแล้ว คราบสกปรก คราบไหม้ หรือตะกรันน้ำที่อุดตันตามช่องระบายไอน้ำบนหน้าสัมผัสเตารีด จะทำให้เตารีดนำความร้อนได้ไม่ดี ส่งผลให้เราต้องรีดซ้ำไปซ้ำมาและเสียค่าไฟเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น การล้างทำความสะอาดหน้าเตารีดเป็นประจำด้วยผ้านุ่มชุบน้ำผสมน้ำยาล้างจานบิดหมาด หรือขจัดตะกรันสะสมในรูกระจายไอน้ำด้วยส่วนผสมน้ำส้มสายชูและน้ำกลั่นอัตราส่วน 1:1 จะช่วยคืนหน้าสัมผัสที่ลื่นไหล นำความร้อนได้ดีเยี่ยม และรีดเรียบไวโดยไม่ต้องเปิดความร้อนสูงเกินความจำเป็น

2. เลือกใช้เตารีดที่มีฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5

วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงาน เลือกใช้เตารีดที่มีฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5

หากจำเป็นต้องเลือกซื้อเตารีดเครื่องใหม่ ควรเลือกซื้อรุ่นที่ได้รับการรับรองจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) หรือที่เรียกว่า ‘ฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5’ ซึ่งช่วยรับรองและยืนยันระดับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานที่ได้มาตรฐานและผ่านการทดสอบมาอย่างชัดเจน

การใช้วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงานด้วยการหันมาเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐานเบอร์ 5 จะช่วยควบคุมการใช้กระแสไฟฟ้าในระยะยาวได้อย่างคุ้มค่า ยิ่งไปกว่านั้น ระบบความปลอดภัยในเครื่องรุ่นใหม่ ๆ อย่างระบบปิดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automatic Shut-off) เมื่อตั้งเตารีดทิ้งไว้โดยไม่ขยับตามเวลาที่กำหนด ยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุและลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินโดยเปล่าประโยชน์ได้

3. ปรับแผนการซักและการตากผ้า ลดงานให้เตารีด

วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงาน ปรับแผนการซักและการตากผ้า ลดงานให้เตารีด

วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงานที่ดีที่สุด คือการลดจำนวนผ้าที่ต้องรีดลง ซึ่งสามารถจัดการได้ตั้งแต่ขั้นตอนการซักและการตากผ้า

  • อย่าซักผ้าแน่นถังจนเกินไป

การใส่ผ้าจนล้นเครื่องซักผ้าจะทำให้ผ้าพันกันเป็นก้อนและเกิดรอยยับที่ฝังลึก ซึ่งยากต่อการรีดและต้องใช้เวลาในการรีดนานขึ้น

  • ดึงผ้าออกจากเครื่องแล้วตากขณะยังหมาด

อีกหนึ่งเคล็ดลับการเตรียมผ้าก่อนรีดคือการนำผ้าออกจากเครื่องอบหรือตากผ้าในตอนที่ผ้ายังมีความชื้นอยู่เล็กน้อย เพราะการปล่อยให้ผ้าแห้งสนิทคาเครื่องจะทำให้รอยยับฝังลึก

  • สะบัดและตากด้วยไม้แขวน

เมื่อนำผ้าออกจากเครื่องซักผ้า ให้สะบัดผ้าแรง ๆ เพื่อคลายเส้นใย จากนั้นนำเสื้อไปตากด้วยไม้แขวนทันที เพื่อให้ผ้าทิ้งตัวและแห้งอย่างเป็นธรรมชาติ เสื้อผ้าหลายประเภทจะเรียบพอจนแทบไม่ต้องรีดซ้ำ ช่วยประหยัดค่าไฟได้ 100% สำหรับชิ้นนั้น ๆ

4. จัดกลุ่มแยกประเภทเนื้อผ้าก่อนรีด

วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงาน จัดกลุ่มแยกประเภทเนื้อผ้าก่อนรีด

การเปิดเตารีดทิ้งไว้เพื่อรอให้ร้อน หรือการปรับอุณหภูมิขึ้น ๆ ลง ๆ ระหว่างรีดผ้า เป็นพฤติกรรมที่สิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก เนื่องจากเตารีดต้องใช้กระแสไฟฟ้าจำนวนมากในการทำความร้อนใหม่ทุกครั้ง เทคนิคเด็ดตาม วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงาน คือการสะสมผ้าให้มีปริมาณมากพอแล้วรีดพร้อมกันในคราวเดียว และต้องจัดกลุ่มแยกประเภทเนื้อผ้าตามระดับความร้อนก่อนเริ่มเสียบปลั๊ก โดยเรียงลำดับจากผ้าที่ใช้ความร้อนต่ำไปหาผ้าที่ใช้ความร้อนสูง ดังนี้

  • กลุ่มผ้าเนื้อบาง/ผ้าใยสังเคราะห์

เริ่มจากรีดผ้าประเภทไนลอน อะซิเตท หรือผ้าไหม ก่อนเป็นอันดับแรกในขณะที่เตารีดเริ่มอุ่น เนื่องจากใช้ความร้อนต่ำ

  • กลุ่มผ้าใยผสม/โพลีเอสเตอร์

ลำดับถัดไปให้รีดผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ต้องใช้ความร้อนปานกลางในการรีด

  • กลุ่มผ้าเนื้อหนา/ผ้าใยธรรมชาติ

ปิดท้ายด้วยผ้าที่รีดยากและต้องการความร้อนสูง เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน

การรีดด้วยระบบนี้จะช่วยให้เตารีดค่อย ๆ ไต่ระดับความร้อนขึ้นอย่างคงที่ ช่วยให้รีดผ้าได้เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ แนะนำให้คัดแยกผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดมือ หรือเสื้อผ้าเนื้อบางเบาพิเศษส่วนหนึ่งแยกไว้ต่างหาก เพื่อเก็บไว้รีดในขั้นตอนสุดท้ายหลังจากถอดปลั๊กแล้ว

5. ถอดปลั๊กก่อนรีดเสร็จ 3-4 นาที เพื่อใช้ความร้อนสะสมเป็นวิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงานขั้นสูง

วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงาน ถอดปลั๊กก่อนรีดเสร็จ 3-4 นาที เพื่อใช้ความร้อนสะสมเป็นวิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงานขั้นสูง

นี่คือหนึ่งในเคล็ดลับคลาสสิกของวิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงานที่ทำง่ายและเห็นผลทันตา โดยทั่วไปแล้วหลังจากที่เราถอดปลั๊กเตารีดออก หน้าเตารีดจะยังคงกักเก็บความร้อนสะสมเอาไว้ได้นานอีกหลายนาที

ดังนั้น เมื่อเหลือเสื้อผ้าชิ้นสุดท้าย หรือเสื้อผ้าเนื้อบางเบาที่ไม่ต้องการความร้อนสูง เช่น เสื้อเชิ้ตตัวบาง หรือผ้าเช็ดหน้าให้ทำการถอดปลั๊กเตารีดออกก่อนรีดเสร็จประมาณ 3-4 นาที แล้วใช้ความร้อนที่ยังคงเหลืออยู่บนหน้าเตารีดรีดผ้าเหล่านั้นให้เรียบแทน วิธีนี้จะช่วยลดเวลาการดึงกระแสไฟของเตารีดลงโดยตรง ช่วยให้ประหยัดเงินค่าไฟในกระเป๋าได้มากขึ้นในทุกรอบของการรีดผ้า

6. เทคนิคหน้าเตารีดสะท้อนความร้อน และการใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด

วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงาน เทคนิคหน้าเตารีดสะท้อนความร้อน และการใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด

นอกจากพฤติกรรมการรีดแล้ว อุปกรณ์เสริมรอบตัวก็ช่วยเติมเต็มวิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงานให้สมบูรณ์แบบขึ้นได้เช่นกัน

  • แผ่นรองรีดสะท้อนความร้อน

การเปลี่ยนมาใช้ปลอกคลุมโต๊ะรีดผ้าประเภทที่ช่วยสะท้อนความร้อน คุณสมบัติของผ้าสีเงินหรือแผ่นสะท้อนความร้อนนี้จะช่วยดันความร้อนจากเตารีดสะท้อนกลับขึ้นมาสู่ด้านล่างของตัวเสื้อ ส่งผลให้ความร้อนกระจายทั่วถึงผ้าทั้งสองด้านช่วยร่นระยะเวลาในการรีดผ้าลงได้ถึง 30% ซึ่งหมายถึงเตารีดจะทำงานน้อยลงและประหยัดไฟมากขึ้นถึง 30% ตามไปด้วย

  • การใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด

หากต้องรีดผ้าเนื้อหนาหรือผ้าที่มีรอยยับฝังลึก การฝืนรีดแบบแห้ง ๆ จะทำให้เสียเวลาและเปลืองไฟมาก ให้ใช้น้ำพรมลงบนผ้าให้ชื้นพอดี หรือใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ วางทับลงบนส่วนของผ้าที่ต้องการรีด ความชื้นและไอน้ำจากผ้าจะแทรกซึมเข้าสู่เส้นใยผ้า ช่วยให้ผ้าอ่อนตัว นุ่มลง และรีดเรียบได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลารีดซ้ำหลาย ๆ รอบ

 

วิธีรีดผ้าให้ประหยัดพลังงาน ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเสื้อผ้าที่เรียบเนี้ยบกริบพร้อมใส่ควบคู่ไปกับเงินในกระเป๋าที่เหลือเพิ่มขึ้นในทุก ๆ เดือน

 

ที่มา:
https://www.neoenergia.com/en/w/learn-how-to-save-when-using-the-iron
https://www.laurastar.com/less-electricity-when-looking-after-your-clothes/art58.html
https://foodstrend.com/10-tips-for-using-an-iron-to-save-electricity/
https://archziner.com/lifestyle/6-ways-to-save-electricity-while-ironing-your-clothes/
https://energyusecalculator.com/electricity_iron.htm
https://www.egat.co.th/home/save-energy-for-all-20220824/
https://www.egat.co.th/home/save-energy-for-all-20220425/