การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้านสักชิ้น โดยเฉพาะเครื่องซักผ้าที่ต้องใช้งานเป็นประจำ ปัจจัยเรื่องความคุ้มค่าและความประหยัดมักมาเป็นอันดับหนึ่ง หลายคนจึงเกิดคำถามว่าเครื่องซักผ้าแบบไหนดีระหว่าง ‘ฝาบน’ และ ‘ฝาหน้า’ ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้จริง

ทำความรู้จักเครื่องซักผ้าทั้ง 2 แบบ
ก่อนจะตัดสินว่าเครื่องซักผ้าแบบไหนดี ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจระบบการทำงานของเครื่องซักผ้าแต่ละประเภทกันก่อน เพราะระบบที่ต่างกันส่งผลต่อการใช้พลังงานโดยตรง
-
เครื่องซักผ้าฝาบน
เครื่องซักผ้าฝาบนทำงานด้วยแกนหมุนตรงกลางสร้างน้ำวนให้ผ้าเสียดสีกัน ใช้งานง่ายไม่ต้องก้ม และเพิ่มผ้าระหว่างซักได้สะดวก
-
เครื่องซักผ้าฝาหน้า
เครื่องซักผ้าฝาหน้าออกแบบมาเพื่อความทนทานและเน้นการถนอมผ้า ทำงานด้วยการหมุนถังซักในแนวนอน ใช้แรงโน้มถ่วงให้ผ้าตกลงมากระทบกันคล้ายการขยี้ มีระบบคำนวณน้ำอัตโนมัติ และมักมาพร้อมฟังก์ชันปรับอุณหภูมิน้ำ
เปรียบเทียบการใช้พลังงาน เลือกเครื่องซักผ้าแบบไหนดีให้ประหยัดที่สุด?

เมื่อพิจารณาในแง่ความประหยัด อาจต้องแยกเป็น ค่าไฟ และ ค่าน้ำ ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยตอบคำถามว่าในระยะยาวเราควรซื้อ เครื่องซักผ้าแบบไหนดี โดยมีข้อเปรียบเทียบ ดังนี้
-
การใช้น้ำ
หากมองที่การใช้น้ำ เครื่องซักผ้าฝาหน้าถือเป็นผู้ชนะอย่างชัดเจน เพราะใช้เทคโนโลยีซักด้วยน้ำน้อยที่คำนวณปริมาณให้พอดีกับระดับผ้า ช่วยประหยัดน้ำได้มากกว่าแบบฝาบนถึง 1 ใน 3 หรือเกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากฝาบนจำเป็นต้องเติมน้ำให้ท่วมปริมาณผ้าเพื่อให้เครื่องทำงานได้และขจัดคราบได้ทั่วถึง
-
การใช้ไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม ในด้านการใช้ไฟฟ้า เครื่องซักผ้าฝาบนมักจะได้เปรียบในรอบการซักปกติ เนื่องจากมีระยะเวลาในการซักที่สั้นกว่า (ประมาณ 60-85 นาที) และมักไม่มีระบบทำความร้อนที่กินไฟสูง ในขณะที่เครื่องซักผ้าฝาหน้าจะใช้เวลานานกว่า (ประมาณ 70-120 นาที) และหากผู้ใช้เลือกฟังก์ชันปรับอุณหภูมิน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือใช้ระบบซักและอบผ้าในเครื่องเดียว ก็จะส่งผลให้การกินไฟพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้นการจะตัดสินใจว่า เครื่องซักผ้าแบบไหนดีจึงต้องดูว่าคุณเน้นประหยัดน้ำหรือเน้นซักเร็วเพื่อประหยัดไฟในรอบปกติ
ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อความประหยัดและความคุ้มค่า

นอกจากตัวเลขค่าไฟแล้ว การตัดสินใจว่าเลือกซื้อเครื่องซักผ้าแบบไหนดี ยังมีปัจจัยแฝงที่ส่งผลต่อต้นทุนที่ควรพิจารณา ได้แก่
-
ประสิทธิภาพการซักและถนอมผ้า
เครื่องซักผ้าฝาหน้าช่วยถนอมใยผ้าได้ดีกว่า ลดโอกาสผ้าเสียทรง ทำให้ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่บ่อยๆ เป็นการประหยัดอีกทางหนึ่ง
-
ความจุถังซัก
ความจุถังซักของเครื่องซักผ้าฝาบนที่มีให้เลือกขนาดใหญ่กว่า ยังช่วยให้บ้านที่มีสมาชิกเยอะสามารถซักผ้าปริมาณมากได้ในรอบเดียว ลดจำนวนครั้งในการซักและช่วยประหยัดพลังงานโดยรวมของครอบครัวได้ในระยะยาว
-
การสะสมความชื้น
เครื่องซักผ้าฝาหน้าปั่นหมาดได้แห้งกว่า จึงช่วยลดเวลาในการใช้เครื่องอบผ้า ทำให้ประหยัดค่าไฟในภาพรวมของงานบ้านได้เป็นอย่างดี
เทคนิคใช้เครื่องซักผ้าให้ประหยัดไฟยิ่งขึ้น

ไม่ว่าสุดท้ายแล้วผลสรุปจะเป็นการเลือกเครื่องซักผ้าแบบไหนดี การใช้งานที่ถูกวิธีก็ยังเป็นกุญแจสำคัญในการประหยัดไฟและลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
-
เลือกขนาดให้พอดี
หนึ่งในเทคนิคที่จะช่วยให้การการเลือกขนาดถังซักให้เหมาะกับสมาชิกในบ้าน เช่น ครอบครัวขนาดเล็ก 2–3 คน ควรเลือกขนาด 6–8 กก. หรือครอบครัวใหญ่ควรใช้ 11 กก. ขึ้นไป
-
ซักในปริมาณที่พอเหมาะ
ควรซักผ้าในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ซักผ้าเพียงไม่กี่ชิ้น และไม่ใส่ผ้าจนแน่นถังเกินไปเพื่อให้มอเตอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
-
เลี่ยงน้ำร้อนถ้าไม่จำเป็น
การทำความร้อนเป็นตัวการหลักที่ทำให้เครื่องกินไฟ หากผ้าไม่สกปรกมาก ควรซักด้วยอุณหภูมิปกติ
-
ดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ
ควรล้างถังซักสม่ำเสมอเพื่อลดภาระของเครื่อง และเปิดฝาทิ้งไว้เพื่อป้องกันเชื้อรา
สุดท้ายแล้วคำตอบว่าเครื่องซักผ้าแบบไหนดี อาจไม่ได้มีประเภทที่ตายตัว แต่อยู่ที่ว่าคุณมีไลฟ์สไตล์แบบไหน แล้วจึงเลือกเครื่องซักผ้าที่มีคุณสมบัติและฟังก์ชันที่จำเป็น เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เครื่องซักผ้าที่ทั้งเหมาะกับใช้งาน และคุ้มค่าด้านพลังงานในระยะยาวอย่างแท้จริง
ที่มา:
https://www.electrolux.co.th/blog/top-load-front-load-washer/
https://www.homepro.co.th/homeguru/front-load-vs-top-load-washer
https://www.sanook.com/women/247581/
https://globalhouse.co.th/globalidea/detail/307