• 0 Views
  • Feb 12, 2026
  • 4 mins read

นอนหลับอุ่นใจ ด้วยวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่หลายบ้านมองข้าม

หลายคนให้ความสำคัญกับการเลือกฟูกที่นอนที่สบายหรือบรรยากาศห้องที่น่านอน แต่กลับมองข้ามความปลอดภัยใกล้ตัวอย่างระบบไฟฟ้า ทราบหรือไม่ว่าอัคคีภัยในที่อยู่อาศัยกว่า 80% มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของไฟฟ้า และห้องนอนคือจุดเริ่มต้นของเพลิงไหม้ที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2

ความน่ากลัวคืออุบัติเหตุเหล่านี้มักเกิดขึ้นในยามวิกาลขณะที่เรากำลังหลับลึก ทำให้การตรวจพบกลิ่นไหม้หรือเสียงประกายไฟทำได้ยากกว่าช่วงกลางวัน การรู้วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าจึงไม่ใช่แค่เรื่องของช่างไฟ แต่เป็นทักษะการเอาตัวรอดที่ทุกบ้านต้องมี

วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าในห้องนอน

ทำไมความปลอดภัยทางไฟฟ้าในห้องนอนจึงสำคัญ?

ในปัจจุบัน ห้องนอนไม่ได้มีแค่โคมไฟ แต่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เครื่องฟอกอากาศ และเครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์เหล่านี้ดึงกระแสไฟอย่างต่อเนื่อง และหากเกิดการลัดวงจร ห้องนอนก็คือแหล่งเชื้อเพลิงชั้นดี เพราะเต็มไปด้วยวัสดุติดไฟง่าย เช่น ที่นอน ผ้าม่าน และพรม ซึ่งอาจทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วก่อนที่เราจะทันตั้งตัว การทำความเข้าใจวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าจึงเป็นด่านแรกที่จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้

รวมวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าในห้องนอน

1. เช็กเต้ารับ อย่าใช้งานหนักจนเกินไป

เช็กเต้ารับ อย่าใช้งานหนักจนเกินไป วืธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าในห้องนอน

หนึ่งในนิสัยอันตรายคือการเสียบปลั๊กพ่วงต่อกันเป็นทอด ๆ หรือเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายเครื่องในเต้ารับเดียวจนแน่น หากพบว่าฝาครอบเต้ารับมีความร้อนสูง ไฟตก หรือมีกลิ่นไหม้ นั่นคือสัญญาณเตือนว่ากำลังเกิดการใช้งานเกินกำลัง

วิธีป้องกัน: อุปกรณ์ที่ใช้ไฟสูงอย่างเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมทำความร้อน ควรเสียบตรงกับเต้ารับที่ผนัง และควรใช้ปลั๊กพ่วงที่มีระบบป้องกันไฟกระชากที่ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าขั้นพื้นฐาน

2. ตรวจสอบและเปลี่ยนสายไฟที่ชำรุด

ตรวจสอบและเปลี่ยนสายไฟที่ชำรุด วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าในห้องนอน

สายไฟที่หักงอ ถูกเฟอร์นิเจอร์ทับ หรือซ่อนอยู่ใต้พรม เป็นจุดที่หลายบ้านมองข้ามอย่างมาก การปล่อยให้ขาเตียงหรือตู้ทับสายไฟไว้นาน ๆ จะทำให้ฉนวนหุ้มสายไฟด้านในแตกหักหรือชำรุดโดยที่เรามองไม่เห็นจากภายนอก ยิ่งไปกว่านั้นผ้าม่านและพรมยังเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วภายใต้ความมืด

วิธีป้องกัน: ตรวจเช็กสายไฟสม่ำเสมอ หากพบรอยแตก สายไฟบิดเบี้ยว หรือรู้สึกว่าสายไฟร้อนผิดปกติ ให้เปลี่ยนใหม่ทันที ห้ามใช้เทปกาวพันเพื่อซ่อมแซมรอยฉีกขาดเด็ดขาด เพราะเทปไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นฉนวนที่ทนความร้อนได้เท่ากับฉนวนดั้งเดิม

3. ระวังไฟฟ้าและน้ำ คู่กัดอันตราย

ระวังไฟฟ้าและน้ำ คู่กัดอันตราย วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าในห้องนอน

เทรนด์การใช้เครื่องพ่นอโรม่า เครื่องเพิ่มความชื้น หรือการวางแก้วน้ำไว้บนหัวเตียงใกล้กับจุดชาร์จมือถือ คือความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา

วิธีป้องกัน: รักษาระยะห่างระหว่างอุปกรณ์ไฟฟ้าและแหล่งน้ำอย่างน้อย 1 เมตร หากน้ำหกใส่ปลั๊กไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ให้รีบไปปิดเบรกเกอร์หลักก่อนจะเช็ดทำความสะอาด และห้ามสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าใด ๆ ในขณะที่มือยังเปียกชื้น

4. ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน ลดภาระไฟฟ้าลัดวงจร

ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน ลดภาระไฟฟ้าลัดวงจร วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าในห้องนอน

อุปกรณ์หลายชนิดยังคงดึงกระแสไฟอยู่แม้จะปิดสวิตช์แล้ว (Standby Power) ซึ่งหากเกิดไฟกระชากในช่วงกลางคืน อุปกรณ์ที่เสียบค้างไว้ก็อาจเกิดการลัดวงจรได้

ควรสร้างนิสัยถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นออกทันที โดยเฉพาะเครื่องม้วนผม เตารีด ที่ชาร์จแบตเตอรี่สำรอง และที่ชาร์จมือถือ ซึ่งเป็นวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะช่วยตัดวงจรไฟฟ้าได้อย่างเด็ดขาด ทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์และประหยัดค่าไฟในบ้านได้อีกด้วย

รวมเช็กลิสต์ 5 นาทีเช็กก่อนนอน เพื่อความปลอดภัย

รวมเช็กลิสต์ ‘5 นาทีเช็กก่อนนอน’ เพื่อความปลอดภัย

ก่อนจะปิดไฟนอนคืนนี้ ลองเสียเวลาสำรวจความเรียบร้อยตามเช็กลิสต์นี้เพื่อความอุ่นใจ

  • ถอดปลั๊กอุปกรณ์ทำความร้อน เช่น ที่หนีบผมหรือเตารีดที่ใช้งานเสร็จแล้ว
  • ไม่ชาร์จมือถือไว้ใต้หมอน การชาร์จมือถือบนที่นอนนุ่ม ๆ หรือใต้หมอนจะทำให้ความร้อนสะสมสูงมากจนแบตเตอรี่อาจระเบิดหรือลุกไหม้ได้
  • ตรวจเช็กทางหนีไฟ ตรวจดูว่าไม่มีสิ่งของวางกีดขวางประตูห้องนอน และเตรียมกุญแจประตูบ้านไว้ในจุดที่หยิบง่ายเสมอ
  • ปิดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น ปิดสวิตช์ไฟและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ต้องทำงานข้ามคืน
  • เช็กสัญญาณเตือน ตรวจสอบว่าเครื่องตรวจจับควันในห้องหรือหน้าห้องนอนยังมีไฟสถานะทำงานปกติ

การเรียนรู้วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและนำมาปฏิบัติจนเป็นนิสัยเช็กก่อนนอนจะช่วยเปลี่ยนห้องนอนจากจุดเสี่ยงให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ปลอดภัยที่สุดอย่างแท้จริง เพราะอุบัติเหตุจากไฟฟ้าไม่ได้รอเวลา และมักเกิดขึ้นในตอนที่เราไม่ทันระวังตัวที่สุด

ที่มา:
https://www.abovethecodeelectrical.com/bedroom-electrical-safety-tips/
https://www.firescotland.gov.uk/at-home/bedtime-checks/