ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ มิเตอร์ไฟฟ้าไม่หมุน หรือระบบไฟฟ้าภายในบ้านมีอาการไฟตกบ่อยครั้ง ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัว และอาจเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่า ‘มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญชิ้นหนึ่งที่ทำหน้าที่วัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าในบ้านตลอด 24 ชั่วโมง หลายคนอาจมองข้ามการตรวจเช็กมิเตอร์ไฟฟ้าจนกระทั่งเกิดปัญหาค่าไฟบานปลายหรือเกิดเหตุอันตรายทางไฟฟ้า
เซฟไทยจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีสังเกตอาการชำรุด สาเหตุ ผลกระทบ พร้อมแนะนำแนวทางการตรวจสอบเบื้องต้นอย่างถูกต้องและปลอดภัย ตลอดจนขั้นตอนการประสานงานแจ้งเหตุกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า และหลักเกณฑ์การรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ที่คุณควรรู้ เพื่อให้สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างถูกวิธี

9 อาการมิเตอร์ไฟฟ้าเสียที่ต้องสังเกต

หากมิเตอร์ไฟฟ้าซึ่งเป็นเครื่องมือควบคุมและควบคุมการวัดหน่วยการใช้ไฟฟ้าเกิดความขัดข้อง อาจทำให้การอ่านค่ากิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) คลาดเคลื่อนได้ โดยผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้จาก 9 สัญญาณดังต่อไปนี้
1. ตัวเลขมิเตอร์ไม่เปลี่ยน
แม้ว่าจะมีการเปิดใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้านอยู่ตามปกติ แต่ตัวเลขบนหน้าปัดมิเตอร์กลับนิ่งสนิทค้างอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อน แสดงว่าระบบวัดหรือเซนเซอร์ภายในอาจเกิดการขัดข้องจนส่งผลให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสียในที่สุด
2. ตัวเลขขึ้นผิดปกติ
หน่วยไฟเพิ่มขึ้นเร็วมากจนผิดสังเกต หรือตัวเลขกระโดดขึ้นไปเยอะมาก ทั้งที่พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในบ้านยังคงเหมือนเดิม ซึ่งมักเกิดจากวงจรภายในเสื่อมสภาพและเกิดอาการมิเตอร์ไฟฟ้าเสียที่ทำให้อ่านค่าผิดพลาด
3. มิเตอร์หมุนแม้ปิดอุปกรณ์ทั้งหมด
เมื่อทำการปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กทุกอย่างภายในบ้านแล้ว แต่ตัวจานหมุนหรือตัวเลขหน่วยไฟยังคงหมุนและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจเกิดจากตัวมิเตอร์ไฟฟ้าเสียหรือมีกระแสไฟฟ้ารั่วในระบบ
4. ค่าไฟพุ่งสูงผิดปกติ
บิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ทั้งที่ไม่ได้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ และจำนวนสมาชิกในบ้านเท่าเดิม อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเกิดปัญหามิเตอร์ไฟฟ้าเสียจนอ่านค่าผิดพลาด
5. มิเตอร์แสดงรหัสข้อผิดพลาดหรือขึ้นไฟเตือน
สำหรับสมาร์ตมิเตอร์ (Smart Meter) หรือมิเตอร์ดิจิทัล หากระบบทำงานผิดพลาดจนมิเตอร์ไฟฟ้าเสีย หน้าจอมักจะแสดง Error Code หรือรหัสเตือน เช่นคำว่า ‘ข้อบกพร่อง”, “ข้อผิดพลาด” หรือ “แบตเตอรี่”
6. มิเตอร์มีเสียงดังหรือร้อนเกินปกติ
หากเดินไปใกล้ ๆ แล้วได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังออกมา หรือเมื่อสัมผัสแล้วรู้สึกว่าตัวเรือนมีความร้อนสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของระบบภายในขัดข้องและส่งสัญญาณว่ามิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
7. ข้อมูลไม่อัปโหลด
ในกรณีที่เป็นสมาร์ตมิเตอร์ หากระบบสื่อสารขัดข้องจนเกิดอาการมิเตอร์ไฟฟ้าเสียในส่วนของโมดูลส่งสัญญาณ จะไม่สามารถส่งข้อมูลการใช้ไฟฟ้าไปยังระบบของการไฟฟ้าได้ ทำให้ข้อมูลไม่อัปเดตและบิลค่าไฟคลาดเคลื่อน
8. ตัวเรือนร้อนจัด มีกลิ่นไหม้ หรือละลาย
สังเกตเห็นรอยไหม้ หน้าต่างรับชมเปลี่ยนสี มีควัน หรือได้ยินเสียงแตกพร้อมกลิ่นฉนวนสายไฟไหม้อย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากการลัดวงจรหรือหน้าสัมผัสไหม้จนส่งผลให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสียอย่างรุนแรง
9. ตัวมิเตอร์เสียหายหรือมีรอยงัดแงะ
สภาพภายนอกชำรุด เช่น ฝาครอบแตก กระจกมองข้างร้าว ซีลขาด มีรอยบุบ หรือมีน้ำซึมเข้าไปด้านใน ซึ่งเป็นลักษณะทางกายภาพที่บ่งบอกชัดเจนว่ามิเตอร์ไฟฟ้าเสียและไม่ปลอดภัยต่อการใช้งาน
สาเหตุหลักที่ทำให้มิเตอร์ไฟฟ้าชำรุด

การที่อุปกรณ์วัดไฟฟ้าต้องทำงานต่อเนื่องยาวนานย่อมมีปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่พบได้บ่อย มีดังนี้
-
อายุการใช้งาน
ชิ้นส่วนกลไกและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายในมีอายุการใช้งานจำกัด เมื่อใช้งานมานานจะเกิดการสึกหรอ เสื่อมสภาพตามธรรมชาติ สูญเสียความแม่นยำ และเป็นสาเหตุทำให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
-
ความชื้นหรือสนิม
หากตู้ติดตั้งหรือบริเวณโดยรอบมีความชื้นสูง หรือมีน้ำซึมเข้าไปภายในตัวเรือน จะทำให้แผงวงจรเกิดสนิม ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจรหรือสัญญาณเพี้ยนจนเป็นเหตุให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
-
ฟ้าผ่าหรือแรงดันไฟกระชาก
ปรากฏการณ์แรงดันไฟกระชาก (Surge) จากฟ้าผ่า หรือการสลับโหลดขนาดใหญ่ในระบบส่งแรงดันไฟฟ้า สามารถทำลายวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความละเอียดอ่อนภายในจนทำให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสียได้อย่างรวดเร็ว
-
การติดตั้งสายดินผิดพลาด
รวมถึงการเดินสายและต่อสายผิดพลาด การต่อสายไฟไม่แน่นบริเวณจุดต่อ ขั้วสายหลวม หรือใช้สายไม่ได้มาตรฐาน ทำให้หน้าสัมผัสคลายตัว เกิดความร้อนสะสมจนหน้าสัมผัสถูกทำลายและทำให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสียในที่สุด
-
สัตว์หรือแมลงเข้าไปทำลาย
มด หนู จิ้งจก หรือแมลงต่าง ๆ มักเข้าไปทำรัง กัดสายไฟ หรือทิ้งสิ่งสกปรกไว้ด้านในตู้มิเตอร์ จนกลายเป็นสื่อนำไฟฟ้าทำให้เกิดการลัดวงจรและเป็นเหตุให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
-
ความร้อนสะสม
การติดตั้งมิเตอร์ในตำแหน่งที่ไม่มีอากาศถ่ายเท โดนแสงแดดจัดส่องกระทบโดยตรงตลอดทั้งวัน ทำให้อุณหภูมิภายในตัวอุปกรณ์สูงเกินเกณฑ์ วงจรจึงเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนดและส่งผลให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสียก่อนเวลาอันควร
-
การงัดแงะดัดแปลง
การมีเจตนาพยายามเปิดฝา ตัดต่อวงจร หรือดัดแปลงกลไกเพื่อหวังผลให้หน่วยไฟหมุนย้อนกลับ ซึ่งการกระทำเหล่านี้นอกจากจะทำให้เกิดปัญหามิเตอร์ไฟฟ้าเสียจากการโดนทำลายแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง
ผลกระทบเมื่อปล่อยให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย

เมื่อพบข้อสงสัยว่ามิเตอร์ไฟฟ้าเสียแต่ปล่อยปละละเลยไม่รีบแก้ไข อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้
-
ด้านการเงิน
หากมิเตอร์คลาดเคลื่อนและอ่านค่าสูงเกินจริงอันเนื่องมาจากปัญหามิเตอร์ไฟฟ้าเสีย จะทำให้ผู้ใช้ไฟต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงเกินจำเป็น ในทางกลับกันหากมิเตอร์หยุดหมุนหรืออ่านค่าต่ำกว่าจริง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบในภายหลัง ผู้ใช้ไฟจะถูกเรียกเก็บเงินย้อนหลังตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนได้
-
ด้านความปลอดภัย
อาการชำรุดที่เกิดจากความร้อนสะสม จุดต่อหลอมละลาย หรือกระแสไฟฟ้าลัดวงจรภายในตัวเรือนในกรณีที่มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย มีความเสี่ยงสูงมากที่จะกลายเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุไฟไหม้ ไฟช็อต หรือไฟดูดที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนในบ้าน
-
ด้านระบบไฟฟ้า
การทำงานที่ผิดปกติจากภาวะมิเตอร์ไฟฟ้าเสีย อาจส่งผลให้แรงดันไฟฟ้าภายในบ้านแกว่ง ไม่เสถียร ส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ทำงานผิดพลาด ชำรุดเสียหายง่าย หรือมีอายุการใช้งานที่สั้นลง นอกจากนี้ยังทำให้ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าคลาดเคลื่อน จนไม่สามารถนำไปใช้วางแผนประหยัดพลังงานได้อย่างถูกต้อง
-
ด้านกฎหมาย
การปล่อยให้มิเตอร์ไม่หมุนโดยไม่แจ้ง หรือมีร่องรอยการชำรุดที่เกิดจากการดัดแปลงจนทำให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย อาจทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีเจตนาทุจริตหรือขโมยไฟฟ้า ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกปรับเป็นเงินจำนวนมากและดำเนินคดีตามกฎหมาย
วิธีตรวจสอบอาการมิเตอร์ไฟฟ้าเสียเบื้องต้นอย่างปลอดภัย

ก่อนที่จะทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ใช้ไฟสามารถทำการตรวจสอบสัญญาณความผิดปกติในระดับเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ห้ามแกะ เปิดฝา หรือสัมผัสขั้วไฟของมิเตอร์โดยเด็ดขาด เพราะมีแรงดันไฟสูงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
-
วิธีตรวจดูเลขมิเตอร์และบันทึกข้อมูล
ให้หมั่นเดินไปตรวจสอบสภาพภายนอกรอบเรือนมิเตอร์ว่าชำรุด แตกหัก หรือมีน้ำเข้าหรือไม่ จากนั้นทำการจดบันทึกตัวเลขหน่วยไฟฟ้าปัจจุบัน (kWh) เอาไว้ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับพฤติกรรมการใช้งานจริงรวมถึงรอบบิลในเดือนก่อนหน้า หากพบว่าตัวเลขพุ่งกระฉูดผิดปกติทั้งที่ไม่ได้เปิดแอร์หรือเพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็เป็นข้อพิรุธสำคัญที่ชี้ว่าอาจเกิดปัญหามิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
-
วิธีทดสอบการหมุน
ให้สับสวิตช์ปิดเบรกเกอร์ย่อยทุกตัวภายในบ้าน หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดออกให้หมด (ตัดโหลดไฟฟ้าทั้งหมด) จากนั้นให้ไปยืนสังเกตการณ์ที่มิเตอร์ หากเป็นมิเตอร์แบบจานหมุน จานจะต้องหยุดนิ่ง หรือหากเป็นมิเตอร์ดิจิทัล ตัวเลขหน่วยไฟต้องไม่ขยับเพิ่มขึ้น หากปิดหมดแล้วมิเตอร์ยังคงเดินหน้า แปลว่าระบบวัดค่ามีปัญหาหรือมีไฟรั่วในบ้าน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของมิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
-
การทดสอบคำนวณโหลดไฟแบบซ่อนเร้น
หากต้องการทดสอบความแม่นยำเพื่อพิสูจน์ว่ามิเตอร์ไฟฟ้าเสียหรือไม่ ให้ตัดกระแสไฟฟ้าในบ้านทั้งหมด จากนั้นนำหลอดไฟขนาด 75W (วัตต์) เพียงดวงเดียวมาต่อใช้งานผ่านปลั๊กไฟ แล้วทำการนับรอบการหมุนของจานมิเตอร์เป็นเวลา 5 นาที
โดยปกติ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่คำนวณได้จริงจากสูตรกำลังไฟฟ้าคูณเวลา จะมีค่าเท่ากับ A1 = 0.00625 kWh จากนั้นให้นำไปเปรียบเทียบกับค่าที่มิเตอร์แสดงผล ซึ่งคำนวณจาก A2 = CC X N โดยที่ CC คือค่าพลังงานต่อการหมุน 1 รอบของมิเตอร์รุ่นนั้น ๆ และ N คือจำนวนรอบที่นับได้จริงในเวลา 5 นาที หากผลลัพธ์ของ A1 และ A2 มีส่วนต่างที่คลาดเคลื่อนเกินกว่าค่ามาตรฐานของอุปกรณ์ แปลว่าระบบวัดภายในเสื่อมสภาพและยืนยันได้ว่ามีภาวะมิเตอร์ไฟฟ้าเสียเกิดขึ้นแล้ว
ขั้นตอนการปฏิบัติตนและการแจ้งเหตุเมื่อมิเตอร์ไฟฟ้าเสีย

หากผลการตรวจสอบเบื้องต้นชี้ชัดว่ามิเตอร์มีปัญหา ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่เป็นระบบดังต่อไปนี้เพื่อความปลอดภัย
1. หยุดใช้งานและตัดกระแสไฟ
ลดการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นทันที หากพบอาการวิกฤตจากกรณีมิเตอร์ไฟฟ้าเสีย เช่น มีกลิ่นไหม้รุนแรง มีควัน หรือเสียงดังเปรี๊ยะ ๆ ให้รีบสับเมนเบรกเกอร์ (Main Breaker) ภายในบ้านเพื่อตัดกระแสไฟฟ้าหลักก่อน
2. บันทึกข้อมูล
ถ่ายภาพสภาพมิเตอร์ที่ชำรุด จดเลขหน่วยไฟ วัน เวลา และรายละเอียดอาการเสีย รวมถึงรหัสข้อผิดพลาดที่ปรากฏบนหน้าจอมิเตอร์ดิจิทัลเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการแจ้งเรื่องมิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
3. ติดต่อการไฟฟ้าในเขตพื้นที่ดูแล
ติดต่อแจ้งเรื่องไปยังสำนักงานการไฟฟ้าในเขตพื้นที่ที่ดูแลบ้านของท่านโดยตรง หรือโทรติดต่อผ่านสายด่วนศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ เพื่อส่งข้อมูลเลขหมายผู้ใช้ไฟและแจ้งเหตุการณ์มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย โดยห้ามจ้างช่างภายนอกมาแกะซ่อมเองเด็ดขาดเพราะมีความผิดตามกฎหมาย
4. ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าเดินทางมาถึงเพื่อตรวจสอบกรณีมิเตอร์ไฟฟ้าเสีย จะทำการตรวจวัดระบบและลงพื้นที่เช็กระบบสายเมนร่วมด้วย หากพบว่าชำรุดจริงเจ้าหน้าที่จะทำรายงานบันทึกความผิดปกติเพื่อดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์เครื่องใหม่ พร้อมทั้งบันทึกตัวเลขหน่วยไฟล่าสุดเพื่อความโปร่งใส ซึ่งผู้ใช้ไฟควรตรวจสอบรายละเอียดในเอกสารให้ดีก่อนลงนามรับรอง
มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย ใครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย?
ประเด็นที่หลายคนกังวลคือเมื่อต้องเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ ใครจะเป็นผู้จ่ายเงิน ในเรื่องนี้มีหลักเกณฑ์การแบ่งความรับผิดชอบตามสาเหตุของความเสียหายไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
กรณีที่ ‘การไฟฟ้า’ เป็นผู้รับผิดชอบ
- การเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน
หากวงจรภายในพัง จานหมุนค้าง หรือเซนเซอร์เพี้ยนเนื่องจากหมดอายุขัยทางเทคโนโลยี (ปกติมิเตอร์มีอายุราว 10-15 ปี) จนเกิดปัญหามิเตอร์ไฟฟ้าเสีย การไฟฟ้าจะเปลี่ยนให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
- ระบบไฟฟ้าภายนอกขัดข้อง
แรงดันไฟฟ้าผิดปกติจากสายส่งเมนหลักภายนอกส่งผลกระทบย้อนกลับเข้ามาและทำความเสียหายจนมิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
- ภัยธรรมชาติและเหตุสุดวิสัย
ความเสียหายจากฟ้าผ่า น้ำท่วมใหญ่ หรือพายุ รวมถึงกรณีสัตว์หรือแมลงเข้าไปทำลายระบบโดยไม่ได้เกิดจากความละเลยของผู้ใช้ไฟ ซึ่งจัดเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
นอกจากนี้ จากข้อมูลชี้แจงอย่างเป็นทางการระบุว่า การที่ประชาชนยื่นขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าคืน ไม่ได้ทำให้เสียสิทธิ์ ในความคุ้มครองเมื่อเกิดกรณีมิเตอร์ไฟฟ้าเสีย เนื่องจากมิเตอร์ไฟฟ้ายังคงถือเป็นทรัพย์สินและอยู่ภายใต้การดูแลของการไฟฟ้าเช่นเดิม
กรณีที่ ‘ผู้ใช้ไฟฟ้า’ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
-
สาเหตุจากการงัดแงะดัดแปลง
มีร่องรอยการพยายามเปิดฝาครอบ ทำลายซีลตะกั่ว หรือดัดแปลงแก้ไขระบบเพื่อโกงค่าไฟจนทำให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย ผู้ใช้ไฟต้องชำระค่ามิเตอร์ใหม่ ค่าปรับ และอาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย
-
สาเหตุจากความประมาทเลินเล่อ
ปล่อยปละละเลยให้พื้นที่น้ำท่วมขังแช่ตู้มิเตอร์ ทำของแข็งกระแทกใส่จนแตกหัก หรือต่อไฟเกินขนาดจนระบบไหม้และส่งผลให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
-
การเปลี่ยนโดยสมัครใจ
หากมิเตอร์เก่าไม่ได้เกิดปัญหามิเตอร์ไฟฟ้าเสีย แต่ผู้ใช้ไฟฟ้ามีความประสงค์ต้องการขอเปลี่ยนรูปแบบเอง เช่น ขอเปลี่ยนเป็นสมาร์ตมิเตอร์ดิจิทัลรุ่นใหม่ ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเอง
แนวทางการป้องกันและการบำรุงรักษามิเตอร์ไฟฟ้าให้ปลอดภัย

การป้องกันและดูแลรักษาสภาพแวดล้อมรอบมิเตอร์ไฟฟ้าให้อยู่ในเกณฑ์ดี จะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงอุบัติภัยได้
-
หมั่นตรวจสภาพภายนอก
เดินตรวจดูเรือนไมล์เป็นประจำว่าไม่มีรอยแตกร้าว ไม่มีน้ำรั่วซึม และหน้าปัดยังใสสะอาดมองเห็นตัวเลขชัดเจน เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหามิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
-
จัดการสิ่งแวดล้อมรอบตู้มิเตอร์
ดูแลพื้นที่บริเวณนั้นให้แห้ง สะอาด มีอากาศถ่ายเทสะดวก และที่สำคัญต้องไม่มีการนำวัตถุไวไฟหรือสิ่งของหนักไปแขวน/วางพิงใกล้ตู้มิเตอร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสียหรือชำรุดได้
-
ป้องกันแรงดันไฟกระชาก
หากบ้านอยู่ในทำเลที่มีฝนฟ้าคะนองหรือฟ้าผ่าบ่อย ควรพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันแรงดันไฟกระชากที่ได้มาตรฐานในระบบตู้ไฟของบ้าน เพื่อช่วยตัดกระแสไฟส่วนเกินและปกป้องวงจรอิเล็กทรอนิกส์ไม่ให้พังเสียหายจนนำไปสู่เหตุการณ์มิเตอร์ไฟฟ้าเสียก่อนเวลาอันควร
-
ป้องกันสัตว์และแมลง
ตรวจสอบและอุดช่องเปิดต่าง ๆ ของตู้ครอบมิเตอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้มด หนู หรือจิ้งจกเข้าไปทำรังจนเกิดไฟช็อตลัดวงจร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย
-
ติดตั้งป้ายเตือนหรือเครื่องกั้น
ในพื้นที่เปิดควรมีรั้วกั้นหรือป้ายเตือน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหรือบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปจับต้อง สัมผัส หรือเล่นบริเวณนั้นจนเกิดอุบัติเหตุหรือส่งผลกระทบให้มิเตอร์ไฟฟ้าเสียเพราะแรงกระแทก
การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติและเรียนรู้วิธีจัดการเมื่อ มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย อย่างถูกวิธีและปลอดภัย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องเงินในกระเป๋าจากค่าไฟที่คลาดเคลื่อน และป้องกันอันตรายจากระบบไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้าน หากพบสัญญาณเตือนหรือข้อสงสัยใด ๆ ห้ามแกะซ่อมเองเด็ดขาด แต่ควรรีบแจ้งการไฟฟ้าในเขตพื้นที่ดูแลให้เข้ามาตรวจสอบทันที เพราะการป้องกันไว้ก่อนย่อมปลอดภัยและคุ้มค่ากว่าเสมอ
ที่มา:
https://chuphotic.com/knowledge/faulty-electric-meter/
https://www.matichon.co.th/weekly/hot-news/article_289766
https://th.jianxintechnical.com/info/how-to-tell-if-your-electrical-meter-is-faulty-102022915.html
https://ihousehub.decorexpro.com/th/elektrosnabzhenie/remont-elektroscetcikov/