เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าคู่ใจเริ่มงอแง หลายคนมักเกิดคำถามว่า “จะซ่อมต่อหรือซื้อใหม่ดี?” การตัดสินใจนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาซ่อมเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือการพิจารณาอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าร่วมกับความปลอดภัยและความคุ้มค่าในระยะยาว เพื่อให้การจ่ายเงินของคุณเกิดประโยชน์สูงสุด

อายุการใช้งานเฉลี่ยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
อายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดนั้นเปรียบเสมือนเข็มทิศที่จะช่วยให้คุณประเมินได้ง่ายขึ้นว่า เครื่องที่คุณมีอยู่นั้นอยู่ในช่วง ‘วัยรุ่น’ ที่ควรซ่อมแซมให้กลับมาซ่าได้เหมือนเดิม หรือเข้าสู่ช่วง ‘วัยเกษียณ’ ที่ควรปล่อยให้พักผ่อนและหาตัวแทนใหม่มาทำหน้าที่แทน โดยปกติแล้ววัสดุภายในจะเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ระบุเกณฑ์เฉลี่ยไว้ ดังนี้
- เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น หม้อหุงข้าว และเครื่องปั่น 3 ปี
- เครื่องดูดฝุ่น 5 ปี
- ทีวีและเครื่องเสียง 5 ปี
- เครื่องซักผ้า 5 – 10 ปี
- เตาอบไฟฟ้าและเตาแก๊ส 5 – 15 ปี
- ไมโครเวฟ 6 – 9 ปี
- เครื่องล้างจาน 7 – 10 ปี
- ตู้เย็น 7 – 13 ปี
- เครื่องอบผ้า 7 – 13 ปี
- เครื่องปรับอากาศ 12 – 17 ปี
หมายเหตุ: ตัวเลขเหล่านี้เป็นการประมาณการเบื้องต้น หากคุณใช้งานหนักหรือขาดการบำรุงรักษาอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจสั้นลงกว่านี้ได้
ทำไมต้องสนใจอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า?

อายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้ามเพราะคิดว่าตราบใดที่มันยัง ‘เปิดติด’ ก็ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริง การใช้เครื่องที่หมดหรือใกล้หมดอายุการใช้งานอาจส่งผลเสียมากกว่าที่คุณคิด โดยเฉพาะใน 3 ด้านหลัก ดังนี้
1. ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน
อายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้ายิ่งนานเท่าไหร่ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานก็จะยิ่งลดสวนทางกัน เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นเก่ามักมีเทคโนโลยีที่ล้าหลังและกินไฟมหาศาล กลไกภายในอย่างคอมเพรสเซอร์หรือมอเตอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษามาตรฐานเดิม ผลที่ตามมาคือค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
การเปลี่ยนตู้เย็นรุ่นเก่า (ที่ผลิตในช่วงปี 1993-2000) มาเป็นรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึงปีละกว่า 2,700 บาท และหากคำนวณตลอดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ที่ประมาณ 13 ปี จะประหยัดเงินได้รวมกว่า 35,000 บาท ซึ่งอาจจะมากกว่าราคาค่าตัวของตู้เย็นเครื่องใหม่เสียด้วยซ้ำ
2. ความคุ้มค่าของค่าอะไหล่และค่าแรง
อายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อเดินมาถึงปลายทาง อะไหล่สำรองมักจะเริ่มหายากและมีราคาสูงขึ้น หรือบางครั้งการซ่อมจุดหนึ่งอาจนำไปสู่การเสียของอีกจุดหนึ่งเป็นโดมิโน การจ่ายเงินค่าซ่อมซ้ำ ๆ อาจรวมกันแล้วสูงกว่าราคาซื้อเครื่องใหม่ที่มีการรับประกันเต็มรูปแบบ ซึ่งเมื่อพิจารณาตามข้อมูลนี้แล้ว การลงทุนซื้อใหม่มักจะให้ความคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว
3. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
อายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สิ้นสุดลงมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุด เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร การรั่วไหลของแก๊ส หรือความร้อนที่สูงเกินขนาดจนอาจนำไปสู่อัคคีภัย โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องสัมผัสกับน้ำหรือความร้อนสูงเป็นประจำ หากพบว่าเครื่องเริ่มมีกลิ่นไหม้ สายไฟกรอบ หรือมีไฟรั่ว การตัดสินใจเปลี่ยนโดยอ้างอิงจากเกณฑ์อายุการใช้งานคือทางเลือกเดียวที่ปลอดภัยที่สุด
4 ข้อควรดูก่อนตัดสินใจซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ให้แม่นยำ

หากยังไม่แน่ใจว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังงอแง อาจลองเช็กสภาพควบคู่กับการดูอายุเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้าน โดยใช้หลักการพิจารณา 4 ข้อ ดังนี้
1. ตรวจสอบสถานะการรับประกัน
อายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงปีแรก ๆ มักจะมีการรับประกันจากผู้ผลิตอยู่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือลองไปรื้อดูใบเสร็จหรือคู่มือว่ายังอยู่ในระยะประกันหรือไม่ โดยปกติเครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีประกันค่าแรงและอะไหล่ในช่วง 1-2 ปีแรก หรือประกันมอเตอร์ที่ยาวนานกว่านั้น หากยังอยู่ในประกัน การส่งซ่อมย่อมเป็นทางเลือกอันดับหนึ่ง
2. ใช้กฎ 50%
หากอายุการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเดินทางมาถึงครึ่งทางของอายุเฉลี่ยแล้ว และลองเช็กราคาซ่อมดูแล้วพบว่าค่าซ่อมสูงเกินครึ่งของราคาซื้อเครื่องใหม่สเปกเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกซื้อใหม่ทันที เพราะด้วยตัวเครื่องที่เก่าเมื่อซ่อมจุดหนึ่งแล้วก็อาจจะมีจุดอื่นที่พังต่อ จึงไม่คุ้มที่จะเอาเงินไปละลายแม่น้ำ
3. ประเมินจากประสิทธิภาพการทำงาน
แม้ว่าบางครั้งอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าจะยังไม่หมดลง แต่ถ้าประสิทธิภาพลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น เครื่องซักผ้าที่ปั่นยังไงก็ไม่แห้ง, ตู้เย็นที่เย็นไม่สม่ำเสมอจนของในตู้บูด หรือแอร์ที่เย็นช้าแถมเสียงดังน่ารำคาญ สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าเครื่องมาถึงทางตันแล้ว การทนใช้ต่อไปนอกจากจะเสียสุขภาพจิต ยังทำให้เสียค่าไฟเพิ่มโดยใช่เหตุ
4. ความต้องการเทคโนโลยีใหม่
อายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันไม่เพียงแต่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานเท่านั้น แต่ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ เช่น ระบบ AI ในเครื่องซักผ้าที่คำนวณน้ำยาให้อัตโนมัติ หรือตู้เย็นที่มีระบบรักษาความสดได้นานขึ้น หากมองว่าฟีเจอร์เหล่านี้จำเป็นต่อชีวิต การเปลี่ยนจากเครื่องเก่าที่ใกล้หมดอายุไปหาเทคโนโลยีใหม่ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
เคล็ดลับการยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยาวนาน

อายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าจะยาวนานกว่าค่าเฉลี่ยได้หากมีการดูแลรักษาที่ถูกต้อง
1. ทำความสะอาดสม่ำเสมอ
อย่าปล่อยให้ฝุ่นจับคอยล์หลังตู้เย็น หรือตัวกรองอากาศของแอร์ เพราะจะทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้นและส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า
2. ตรวจสอบระบบระบายอากาศ
เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ต้องการพื้นที่ระบายความร้อน การตั้งตู้เย็นหรือเครื่องซักผ้าชิดผนังเกินไปจะทำให้อุณหภูมิเครื่องสูงและลดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าให้สั้นลง
3. เปลี่ยนฟิลเตอร์ตามกำหนด
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่นหรือเครื่องฟอกอากาศ การใช้ฟิลเตอร์ที่อุดตันจะส่งผลเสียต่อมอเตอร์โดยตรงและเร่งให้หมดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเร็วกว่าที่ควร
4. เรียกช่างตรวจสอบ
หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจเช็กสภาพประจำปี เพื่อแก้ปัญหาเล็ก ๆ ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เสียอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าไปก่อนเวลาอันควร
จำไว้ว่าการเปลี่ยนเครื่องใหม่ในเวลาที่เหมาะสม แม้ต้องลงทุนก้อนใหญ่ แต่ได้ค่าไฟที่ลดลง ความสะดวกที่มากขึ้น และที่สำคัญคือความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน
ที่มา:
https://safeelectricity.org/safety-tips/repaire-or-replace-appliances/
https://www.asurion.com/connect/tech-tips/repair-or-replace-appliance/
https://www.whiteeaglerepair.co.uk/blog/when-to-repair-vs-when-to-replace-your-appliance/
https://inzpy.com/properties/passion/broken-electrical-appliances/